เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย พร้อมคณะฯ เข้าเยี่ยมคารวะผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา สร้างความสมัพันธไมตรีระหว่าง อินโดนีเซีย และจังหวัดพะเยา ทั้ง ด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา และการพัฒนาท้องถิ่นของจังหวัดพะเยา

วันที่ 18 ธ.ค.2567 นายระห์หมัด บูดีมัน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย พร้อมคณะฯ เข้าเยี่ยมคารวะ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เพื่อสร้างความสมัพันธไมตรีระหว่างประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และจังหวัดพะเยา ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว วัฒนธรรม การศึกษา และการพัฒนาท้องถิ่นของจังหวัดพะเยา โดยผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา มอบหมายให้นายบำรุง สังข์ขาว รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยปลัดจังหวัดพะเยา หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมต้อนรับ ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดพะเยา
โดยจังหวัดพะเยา มีประเพณีวัฒนธรรม สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญจังหวัดพะเยา มีการปลูกข้าวหอมมะลิพันธุ์ดี ที่ส่งขายสร้างรายได้และชื่อเสียงให้กับคนในพื้นที่จังหวัดพะเยา


โดย การเดินทางมาของเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย พร้อมคณะฯ ในครั้งนี้ ยังเป็นการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซียกับจังหวัดพะเยา ประเทศไทย ให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะประชาชนกับประชาชนของทั้งสองประเทศ ในโอกาสที่ไทย และอินโดนีเซีย เจริญสัมพันธไมตรีครบ 75 ปี ซึ่งการเดินทางมาเยื่อนประเทศไทยในครั้งนี้ของคณะ ได้เข้าเยี่ยมคารวะผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจังหวัดพะเยาถือเป็นจังหวัดที่ 74 แล้ว และจะเดินทางไปทุกจังหวัด เพื่อสร้างความสัมพันธ์ในทุกมิติ ทั้งด้านเศรฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา ประเพณีและวัฒนธรรม ในส่วนด้านการศึกษานั้น จังหวัดพะเยา มีอาจารย์สอนภาษาซึ่งเป็นชาวอินโดนีเซียจำนวน 2 คน ที่ได้มาสอบภาษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ อ.เชียงคำ ขณะเดียวกันทางอินโดนีเซียก็มีนักศึกษาที่เข้ามาศึกษาที่ประเทศไทย และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น รวมถึงอินโดนีเซียก็มีการให้ทุนการศึกษาแก่ผู้ที่สนใจไปซึกษาที่อินโดนีเซียด้วย นอกจากนี้ประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ยังเป็นประเทศที่เป็นผู้นำเข้าข้าวจ้าวรายใหญ่ของไทย ซึ่งมีความต้องการมากถึง 1- 2 ล้านตันในการเลี้ยงชาวอินโดนีเซียกว่า 284 ล้านคนด้วย
ซึ่งหลังจากนี้ทาง คณะ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย ก็จะนำข้อมูลทั้งหมดที่ได้หารือพูดคุยกันในวันนี้ นำเสนอไปยังหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงภาคธุรกิจ เอกชนของอินโดนีเซียเพื่อร่วมกันพัฒนาสร้างความสัมพันธ์กับจังหวัดพะเยา และประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป

Related posts